พึ่งรู้ตัว…

ผมเป็นนักธุรกิจหนุ่มชาวฮ่องกง วัย 40 แต่ย้ายตามเจ้านายเก่ามาทำงานที่สิงคโปร์เมื่อปี 2002 ตั้งแต่นั้นมาผมก็ยังไม่ได้จากเมืองแห่งสิงโตพ่นนำ้ไปไหนเลย หลังจากสำเร็จการศึกษาในปี 1995 ผมนำเงินที่สะสมเอาไว้สำหรับใช้จ่ายยังชีพบางส่วน เดินทางไปต่างประเทศ ที่ผ่านมาผมมีโอกาสไปเยี่ยมชมยุโรปบ่อยครั้ง ผมได้เข้าร่วมดูการแข่งขันฟุตบอลแบบสดๆ หลายต่อหลายคราและชมการแสดงคอนเสิร์ตตลอดที่ผ่านมาร่วม 17 ปี แต่ผมเพิ่งค้นพบการเปลือยกายครั้งแรกเพียง 4 ปีที่ผ่านมา เมื่อตอนที่ผมได้ไปเยือนยุโรปอีกรอบ

ความจริงต้องขอบคุณภรรยาของผมที่แนะนำ โดยเธอชวนผมไปเยี่ยมชมห้องอาบนำ้ร้อนท้องถิ่นในเมืองมิวนิค ตามที่พนักงานต้อนรับของสถานที่ได้แนะนำว่า มีกฎระเบียบมากมายที่ยึดตามกฏของซาวน่าในเยอรมนี ผมเรียนรู้อย่างรวดเร็วว่ามี มารยาทอยู่ 4 อย่างที่สำคัญก่อนจะเข้าห้องซาวน่า ประการแรก คุณจะต้องนำเสื้อคลุมอาบนำ้ของคุณมาเอง ประการที่สอง ผ้าเช็ดตัวขนาดใหญ่ 2 ผืน ประการที่สาม รองเท้าแตะหนึ่งคู่ และสุดท้าย ห้ามนำโทรศัพท์มือถือเข้าไป เขายังอธิบายด้วยว่า โดยทั่วไป “ชุดว่ายนำ้เป็นสิ่งต้องห้าม”, “สปาเป็นพื้นที่เปลือยกาย”, “คุณต้องไปเปลือยกายล่อนจ้อนเพื่อที่จะใช้สิ่งอำนวยความสะดวกนี้”

เนื่องจากเราไม่ได้รับอนุญาตให้นำผ้าเช็ดตัวเปียกๆ เข้าไป คุณต้อง เตรียมผ้าเช็ดตัวถึงสองผืน : หนึ่งสำหรับรองนั่งในห้องซาวน่าและอีกผืนสำหรับเช็ดตัว ก่อนที่จะเข้าห้องซาวน่า คุณยังต้องอาบนำ้และสระผมด้วย นอกจากนี้ผ้าเช็ดตัวที่นำเข้าไปจะต้องมีขนาดใหญ่พอที่จะช่วยให้คุณวางเท้าในขณะที่นั่งบนม้านั่งได้ ไม่อนุญาตให้มีเหงื่อหยดลงบนม้านั่ง ส่วนมากห้องซาวน่าที่เยอรมนีหรือสวิสเซอร์แลนด์มีกฏว่า “ร่างกายของคนใช้บริการจะต้องแห้งก่อนเดินเข้าสู่ห้องซาวน่า”

ตอนแรกผมไม่ได้เตรียมใจที่จะถอดเสื้อผ้าต่อหน้าสาธารณชนชาวเปลือยกายอื่นๆ เพราะผมไม่รู้ว่าจะวางตัวยังไงต่อหน้าผู้คนที่จ้องมอง แต่ผมบอกกับตัวเองว่าหุ่นผมก็ไม่น่าเกลียดและไม่ควรอายในเรือนร่างตัวเอง หรือไม่ก็ ผมควรให้ความสนใจกับคนแปลกหน้ารายใหม่ๆ ที่เพิ่งเดินเข้ามา ผมทำตัวเกร็งมากเกินไปจนรู้สึกประหม่า ดังนั้นผมต้องปล่อยให้ตัวเองดูผ่อนคลาย และเพลิดเพลินไปกับสภาพแวดล้อมที่แสนพิเศษ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่พวกเขาแสดงออกให้เห็น

แน่นอน ผมเริ่มหลงระเริงในเสรีภาพของการปราศจากเสื้อผ้าในซาวน่า เช่นเดียวกันกับการแก้ผ้าอาบนำ้ในสระว่ายนำ้ เราใช้เวลากว่าสามชั่วโมงกับประสบการณ์ครั้งแรกของเราที่นั่น มันมหัศจรรย์และเป็นการฟื้นฟูร่างกายหลังจากเดินทางไกลจากบ้าน มาเกือบสองสัปดาห์และใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเที่ยวชมบ้านเมืองและสถานที่ต่างๆ ผมก็ยังไม่แน่ใจว่าผมเป็นนักนิยมเปลือยกายตั้งแต่ตอนนั้นหรือเปล่า

ไม่กี่ปีหลังจากนั้น เราเดินทางไปท่องเที่ยววันหยุดที่ประเทศเยอรมนี สวิสเซอร์แลนด์ และออสเตรียบ่อยขึ้น ผมตัดสินใจที่จะเลื่อนสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ออกไป เพื่อจะใช้เวลามากขึ้นที่จะเดินทางไปเป็นส่วนหนึ่งของโลกนี้ หนึ่งในสิ่งที่ผมชอบทำคือการเล่นสกีที่รีสอร์ทในสวิสเซอร์แลนด์และออสเตรีย ทุกคนที่ได้ใช้วันหยุดเพื่อเล่นสกี จะรู้สึกถึงความปวดเมื่อยของร่างกายจากการออกแรงระหว่างเล่น ดังนั้นคุณสามารถเดาได้ว่า ผมต้องการคลายกล้ามเนื้อหลังจากเล่นมากแค่ไหน ทุกวันผมมักจะรีบกลับไปที่รีสอร์ทเพื่อเพลิดเพลิน ผ่อนคลายกล้ามเนื้อในห้องซาวน่า และห้องอบไอนำ้ โดยไม่เคยพลาดแม้แต่วันเดียว นี่คือการหลบภัยที่สุดยอดของผม

ผมจำได้ว่า ผมกลายเป็นเพื่อนกับครอบครัวที่มาจากเยอรมนี ไฟร์บวก (Freiburg) ตอนผมอยู่ที่รีสอร์ทในออสเตรียเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว ครอบครัวนี้มี พ่อ แม่ ลูกชายและลูกสาว ซึ่งเด็กทั้งคู่จะต้องเคยแก้ผ้าตั้งแต่อยู่ในช่วงวัยรุ่นของพวกเขาแน่นอน คนที่เป็นสามีอธิบายกับผมแบบง่ายๆ ว่า ทุกๆ คนเปลือยกายกันมาตั้งแต่พวกเราเกิด เขาคงเดาได้ว่า ผมไม่สะดวกใจตั้งแต่แรกที่เดินเข้ามาในห้องซาวน่าเล็กๆ นี้ เขาอธิบายว่าผู้คนแถวบ้านเขาไม่สนใจว่าใครจะแก้ผ้าเดินหรือเปลือยกายไปสปา ทุกๆ คนเปลือยกายด้วยกัน และไม่ได้คิดว่าเป็นปัญหาใหญ่ ไม่มีใครตัดสินคุณและไม่มีใครจ้องเรือนร่างคุณ แต่นั่นอาจป็นเพราะวัฒนธรรมของชาวตะวันตก – มีสปาหลายแห่งให้คุณเลือก ไม่ว่าจะแบบสมาชิกรวม, แบบรวมชาย-หญิง, หรือแยกเพศ, รายชั่วโมง หรือรายวัน ทุกคนตั้งใจมาเพื่อผ่อนคลายและใช้เวลาหาความสบาย ดังนั้นจึงไม่มีใครจะสนใจว่าคุณเป็นใครหรือใครอยู่กับคุณ ในโลกดั้งเดิม / นอร์ดิก ทุกคนยอมรับที่จะเปลือยกาย แม้แต่ตอนคุณอาบนำ้หรืออาบแดดที่รีสอร์ท ที่สระว่ายนำ้ในหมู่บ้าน หรือสวนสาธารณะ คุณจะไม่ถูกจับ หรือถูกต่อว่าจากผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา ซึ่งแตกต่างจากประเทศในแถบเอเชีย ผมถึงชอบที่จะกลับไปแช่นำ้ร้อนและเพลิดเพลินไปกับเสรีภาพที่ปราศจากการตัดสินของคนอื่น ผมยังสามารถลืมชีวิตที่เคร่งเครียด และสับสนวุ่นวายจากทำงานได้อีกด้วย

ในเวลาเดียวกัน คำว่า “เพิ่งรู้ตัว” โดนกับตัวผมเข้าแล้ว ดังนั้น.. ผมเป็นชาวเนเชอริสต์? มันเหมือนเสแสร้งหากผมพูดไปแบบนั้น ถึงแม้ว่าตอนนี้การแก้ผ้าจะไม่ทำให้เกิดความกังวลใจ เมื่อเดินเข้าประตูห้องซาวน่า หรือเดินออกไปสู่เขตเปลือยกาย แม้ในขณะที่ถอดผ้าเช็ดตัวออกเพื่อเข้าร่วมกิจจกรรมเปลือยกาย ผมก็ยังคงเก้ๆ กังๆ อยู่เลยในตอนนี้ แต่เมื่อผมถูกล้อมรอบด้วยกลุ่มคนที่มี “ใจเดียวกัน” ความกังวลของผมทั้งหมดก็หายไป และผมก็สามารถสัมผัสถึงความรู้สึกอิสระอย่างแท้จริงอีกครั้ง

The Absolute Beginner

 

Related Articles

พึ่งรู้ตัว…

ผมเป็นนักธุรกิจหนุ่มชาวฮ่องกง วัย 40 แต่ย้ายตามเจ้านายเก่ามาทำงานที่สิงคโปร์เมื่อปี 2002 ตั้งแต่นั้นมาผมก็ยังไม่ได้จากเมืองแห่งสิงโตพ่นนำ้ไปไหนเลย หลังจากสำเร็จการศึกษาในปี 1995 ผมนำเงินที่สะสมเอาไว้สำหรับใช้จ่ายยังชีพบางส่วน เดินทางไปต่างประเทศ ที่ผ่านมาผมมีโอกาสไปเยี่ยมชมยุโรปบ่อยครั้ง ผมได้เข้าร่วมดูการแข่งขันฟุตบอลแบบสดๆ หลายต่อหลายคราและชมการแสดงคอนเสิร์ตตลอดที่ผ่านมาร่วม 17 ปี แต่ผมเพิ่งค้นพบการเปลือยกายครั้งแรกเพียง 4 ปีที่ผ่านมา เมื่อตอนที่ผมได้ไปเยือนยุโรปอีกรอบ ความจริงต้องขอบคุณภรรยาของผมที่แนะนำ โดยเธอชวนผมไปเยี่ยมชมห้องอาบนำ้ร้อนท้องถิ่นในเมืองมิวนิค ตามที่พนักงานต้อนรับของสถานที่ได้แนะนำว่า มีกฎระเบียบมากมายที่ยึดตามกฏของซาวน่าในเยอรมนี ผมเรียนรู้อย่างรวดเร็วว่ามี มารยาทอยู่…

โนบรา!! บลา บลา บลา…

โนบรา!! แค่ได้ยินคำนี้ก็หูผึ่ง ภาพแรกที่เกิดขึ้นในจินตนาการของคนทั่วไปคือ ภาพสาวสวยเซ็กซี่ในชุดเดรสบางเบา ปราศจากชุดชั้นใน กำลังโพสต์ท่ายั่วยวน อวดทรวดทรงให้คนมองด้วยความกระหาย อยากมีเซ็กส์กับเธอใช่มั้ย? นั่นคือ..สิ่งที่คนส่วนใหญ่คิด แต่ความจริงไม่ได้เป็นแบบนั้นทั้งหมดหรอกนะ มีผู้หญิงมากมายในโลกนี้ที่ไม่ได้คิดว่า “โนบรา” คือการยั่วยุให้เกิดอารมณ์ทางเพศ เพียงแต่พวกเธอไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องสวมใส่ชุดชั้นใน ก็แค่นั้นเอง และแน่นอนว่าฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน เมื่อย่างก้าวเข้าสู่วัยรุ่น ฉันก็เหมือนเด็กสาวทั่วไป ที่ถูกปลูกฝังจากผู้ใหญ่ว่า หน้าอกและจิ๊มิของผู้หญิงเป็นอวัยวะพิเศษที่ต้องหวงแหนและเก็บไว้ให้มิดชิด ห้ามเปิดเผยให้คนอื่นเห็นอย่างเด็ดขาด ดังนั้นผู้ใหญ่ทั้งหลายจึงสรรหาเสื้อผ้ามาปกปิดส่วนนั้นให้ลูกหลานของตน เราถูกสอนให้มีความอายในอวัยวะของตัวเอง โดยที่เรายังไม่ได้รู้สึกแบบนั้นจริงๆ แต่เราอายเพราะคนอื่นสั่งให้เราอายต่างหากล่ะ…

การเปลือยกาย ในประเทศไทย ทำไมจึงเป็นเรื่องธรรมชาติ

วิถีการเปลือยกาย ในประเทศไทย ในความเป็นจริง เริ่มต้นในปี ค.ศ.1931 (พ.ศ. 2474) แน่นอน คนไทยหลายคนที่อาศัยอยู่ในต่างจังหวัดและผืนป่าในเวลานั้น ได้ทดลองเปลือยกายโดยที่ไม่รู้ตัว คุณ สลิล ฟูไทย กลับมาจากการท่องเที่ยวยุโรป และได้ริเริ่ม นิคมอาบแดดแห่งแรกของประเทศไทย แต่น่าเสียดาย ที่มันก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่ากับสิ่งที่เรามีในวันนี้ ในวันนี้ การเปลือยกายในประเทศไทย ทอดยาว จากเชียงใหม่ไปถึงภูเก็ต ขอขอบคุณในความพยายามของสมาคมเปลือยกายแห่งประเทศไทย และผู้ที่เกี่ยวข้อง แน่นอนหลายคนคิดว่า…

ทุกคนต่างเกิดมาแบบเปลือยกาย!!

ตั้งแต่ผมโตมา ไม่มีคนในครอบครัวคนไหนเลยที่เดินเปลือยกายรอบ ๆ บ้าน แต่ผมก็ไม่เคยคิดว่ามันเป็นเรื่องแปลก แต่พอโตขึ้นมา ผมได้อ่านหนังสือ National Geographic และสังเกตเห็นภาพของชาวพื้นเมืองในทวีปแอฟริกาแก้ผ้าวิ่งเล่น ผมเกิดความสงสัยว่ามันจะมีความรู้สึกอิสระมากแค่ไหนที่ได้ทำแบบนั้น มันจะเหมือนการแก้ผ้าเดินไปรอบๆ บ้านหรือไม่ เมื่อผมอยู่ในห้องนอนตอนที่ไม่มีใครอยู่บ้าน ผมเคยถอดเสื้อผ้า และก็จำความรู้สึกที่แสนวิเศษนั้นได้ดี ว่าสบายแค่ไหน เมื่อผมอายุราวๆ 14 ปี ผมเริ่มถอดชุดนอนและนอนเปลือยกาย ผมชอบความรู้สึกนั้นมาก แต่หวังว่าคงไม่มีใครแอบเห็นในสิ่งที่ผมทำ และแล้วในคืนหนึ่งพ่อของผมเดินเข้ามาในห้องเพื่อจะถามผมอะไรบางอย่าง และพบชุดนอนของผมกองอยู่บนพื้น…

ผิวพรรณ ต้องการคุณ

ผิวพรรณเป็นอวัยวะส่วนที่ใหญ่ที่สุดของคุณ มันช่วยป้องกันคุณจากแบคทีเรีย ควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย ให้คุณสัมผัสได้ถึงความร้อน ความเย็น การสัมผัส ความนุ่มนวล ผิวจะยืดและหดตามการเคลื่อนไหวของร่างกาย ผิวช่วยขับของเสียออกทางเหงื่อและการผลัดเซลล์ผิว อีกทั้งยังช่วยสร้างวิตามิน D ที่จำเป็นต่อร่างกาย นางแบบ: Line ช่างภาพ: D^A^O ผิวมีความสำคัญต่อสุขภาพมากกว่าที่คุณคิดเสียอีก เพราะมันอยู่กับคุณตลอดทั้งวัน คุณล่ะทำอะไรเพื่อผิวพรรณของคุณบ้าง? ทุกๆ คนควรเปลือยกายกันมากขึ้น เพื่อส่งเสริมสุขภาพผิวให้ดีขึ้น ซึ่งไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมกับชาวเปลือยกายและเปลือยต่อหน้าคนอื่นก็ได้ แต่คุณเริ่มต้นได้ง่ายๆ ด้วยการเปลือยกายที่บ้านคุณเอง…

Responses

  1. ผมชอบเปลือยกายอยู่ในบ้านรู้สึกมันอิสระดี พอได้พบกับกลุ่มเลยไม่รู้สึกว่ามันผิดแปลกอะไรไปจากคนอื่นๆตามความชอบ

  2. ดีใจที่ได้ฟังเรื่องราวครับ เหมือนได้มีความรู้สึกนั้นร่วมกันดลย ขอบคุณครับ

Welcome Back

share with the world

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin