การเปลือยกาย ในประเทศไทย ทำไมจึงเป็นเรื่องธรรมชาติ

saril-foothai

วิถีการเปลือยกาย ในประเทศไทย ในความเป็นจริง เริ่มต้นในปี ค.ศ.1931 (พ.ศ. 2474) แน่นอน คนไทยหลายคนที่อาศัยอยู่ในต่างจังหวัดและผืนป่าในเวลานั้น ได้ทดลองเปลือยกายโดยที่ไม่รู้ตัว คุณ สลิล ฟูไทย กลับมาจากการท่องเที่ยวยุโรป และได้ริเริ่ม นิคมอาบแดดแห่งแรกของประเทศไทย แต่น่าเสียดาย ที่มันก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่ากับสิ่งที่เรามีในวันนี้

old-naked

ในวันนี้ การเปลือยกายในประเทศไทย ทอดยาว จากเชียงใหม่ไปถึงภูเก็ต
ขอขอบคุณในความพยายามของสมาคมเปลือยกายแห่งประเทศไทย และผู้ที่เกี่ยวข้อง แน่นอนหลายคนคิดว่า แนวคิดการเปลือยกายจะไม่เติบโตรวดเร็วเท่าที่ควร และผมก็เห็นด้วย เพียงเพราะผมใช้ชีวิตประจำวันแบบชาวเปลือยกาย และก็คิดว่ามันเป็นเรื่องปกติของผม แต่ในความเป็นจริง เรามีการเจริญเติบโต แบบก้าวกระโดด ในอัตราที่เร็วกว่าการเติบโตของชาวเปลือยกายในประเทศสหรัฐอเมริกาซะอีก ซึ่งประเทศประเทศสหรัฐอเมริกาเริ่มก่อตั้งสมาคมเนเชอรีสต์ในปี ค.ศ.1932 หนึ่งปีหลังจากสมาคมอาบแดดในประเทศไทยได้ก่อตั้งขึ้น สมาคมเนเชอรีสต์ แห่งประเทศไทย เริ่มต้นใหม่อีกครั้งในปี คศ. 2007 (พ.ศ. 2550) เพียงแค่ 8 ปีเท่านั้น เรามีรีสอร์ทเปลือยกาย จากปลายด้านบนของประเทศ กระจายลงไปที่อื่นๆ อีกอย่างรวดเร็ว รีสอร์ทเปลือยกายของเรามีอยู่ในเมืองใหญ่ๆ เช่น กรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่ และบางแห่งที่กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง

ถ้าไม่ติดในเรื่องของวัฒนธรรมแล้ว สิ่งที่ทำให้วิถีการเปลือยกายในประเทศไทยเป็นธรรมชาติมากก็คือ สภาพอากาศ ลองนึกภาพว่า ทุกๆ วันเรามีแสงแดดจัด หรือมีแสงแดดอ่อนๆ อุณหภูมิประมาณ 30°C หรือ 80°F เราจะใส่เสื้อผ้าเพื่ออะไร

ประเทศไทยเป็นประเทศที่อากาศร้อนชื้น ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยมีอุณหภูมิสูงและความชื้นตลอดทั้งปี
เดือนเมษายนและพฤษภาคม เป็นเดือนที่มีอุณหภูมิร้อนแรงที่สุด ในขณะที่ สภาพอากาศเดือนมิถุนายนจะเป็นแบบมรสุม ฝนตกหนักจนถึงเดือนตุลาคม

เดือนพฤศจิกายน ถึง กุมภาพันธ์ เป็นเวลาที่ดีที่สุดในการเยือนประเทศไทย โดยสภาพอากาศที่ค่อนข้างเย็นสบาย แดดมีระดับความชื้น และอุณหภูมิลดลงเนื่องจากมีลมตะวันออกเฉียงเหนือพัดเข้าสู่ประเทศไทย อุณหภูมิระดับต่ำสุดเฉลี่ยตั้งแต่ 30°C ในเดือนธันวาคม และจะสูงขึ้นถึง 36°C จากเดือนมกราคม ถึง เดือนเมษายน ปริมาณน้ำฝนโดยทั่วไป เฉลี่ย จาก 5mm ในเดือนธันวาคม ถึง 300mm ในเดือนกันยายน บริเวณส่วนภาคกลางของประเทศไทย

คำแนะนำในยามมาเยือนประเทศไทยเครื่องแต่งกายที่เหมาะที่สุดและใช้ได้ทั้งปี คือผ้าฝ้ายเพราะเบาสบายและไม่บางมากเกินไป ทั้งนี้ยังมีร้านค้าปลีกเยอะแยะมากมาย ที่สามารถให้คำแนะนำเสื้อผ้าที่เหมาะสมให้แก่ท่าน ในราคาที่ย่อมเยา
http://www.travelonline.com/thailand/weather.html

ชาวเปลือยกายส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ใช้ชีวิตประจำวันเปลือยกายตลอดทั้งปี พวกเราหลายคน (ชาวต่างชาติและคนไทย) ถ้าเราเดินไปที่ประตู หรือเดินออกไปยังสนามหน้าบ้าน หากกลัวคนอื่นที่ไม่ใช่ชาวเปลือยกายเห็น พวกเรามักจะสวมใส่เพียงผ้าขาวม้า (หรือโสร่ง) เพื่อปิดบังเท่านั้น

บางคนคิดว่า คนไทยคงจะต่อต้าน หากเห็นคนเปลือยกาย จริงๆ แล้ว จากประสบการณ์และการวิจัยของผมนั้นมีน้อยมาก แน่นอนจะมีชาวมุสลิม ผู้ที่อยู่ในภาคใต้ และชุมชนที่อาศัยอยู่บนแพ ในทะเล แต่โดยส่วนใหญ่ ไม่ได้ต่อต้านใดๆ ตราบใดที่คุณประพฤติตัวดี การอาบแดด, เล่นเซิร์ฟ, เดินป่า, หรืออื่นๆ ถ้าทำทุกๆ อย่างให้เป็นเรื่องปกติจะไม่มีใครมาต่อต้านคุณ แต่เมื่อใดก็ตาม ที่คุณเปลือยกายเพื่อแสดงเจตนา ลามก อนาจาร หรือส่อไปทางแสดงออกทางเพศ จะก่อให้เกิดความเข้าใจผิด พวกเขาจะโกรธ มองว่าหยาบคาย และเริ่มต่อต้าน เด็กไทยหลายคน เปลือยกายว่ายน้ำในคลอง หรือตามแม่น้ำ ตั้งแต่เล็กจนโต ดังนั้นพวกเขาเข้าใจดีว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติ

คนไทยหรือชาวต่างชาติ ที่ไม่เข้าใจว่า การเปลือยกายไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับเรื่องเพศ ได้มีการเรียนรู้จากกฏเล็กๆ น้อยๆ ของเรา หรือแม้กระทั่งการที่เราลบเขาออกจากการเป็นสมาชิก เป็นการยืนยันว่าเรามีความเข้มงวดเกี่ยวกับการแยกแยะกิจกรรมทางเพศและการเปลือยกายออกจากกัน ลองนึกภาพว่า ณ. พื้นที่ของชนเผ่าหนึ่งอาศัยอยู่ในป่าของลุ่มน้ำอะเมซอน คนทั้งหมู่บ้านใช้ชีวิตประจำวันแบบแก้ผ้า ในหมู่บ้านนี้มีทั้งผู้ชาย ผู้หญิงและเด็ก ทุกเพศทุกวัย ชายหนุ่มและหญิงสาว พ่อแม่วัยกลางคน และปู่ย่าตายาย แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับสังคมนี้ ถ้าสมาชิกของชนเผ่านี้ ได้มีเพศสัมพันธ์กับใครก็ตามที่ลืมหมวกไว้ ในไม่ช้าวิถีชีวิตของสังคมนี้ คงจะนำไปสู่ความวุ่นวาย จะไม่ต่างอะไรกับสัตว์เดรัจฉานเลย

ส่วนใหญ่ของคนไทย ที่อาศัยอยู่ด้านนอกของกรุงเทพฯ จะไม่ได้รับอิทธิพลทางเพศ หรือได้รับแรงบันดาลใจจากสื่อ เหมือนคนในประเทศแถบตะวันตก ดังนั้นพวกเขาจึงรับรู้อย่างรวดเร็วว่า การเปลือยกายเป็นเรื่องธรรมชาติ.

More:
ใครว่าคนไทยไม่กล้า..???

เชื่อไหม เมืองไทยเคยมีนิคมอาบแดด

Related Articles

ประวัติศาสตร์ของพวกเรา

ปีพ.ศ. ๒๔๗๔ (ค.ศ.1931) สลิล ฟูไทย จดทะเบียนนิคมอาบแดด นาย สลิล ฟูไทย นักพิมพ์ชาวไทย ได้จดทะเบียน สโมสรสำหรับชาวเปลือยกาย แห่งแรกในประเทศไทย โดยใช้ชื่อว่า “นิคมอาบแดด” เขาได้ตีพิมพ์หนังสือหลายเล่มรวมถึงแผ่นพับเกี่ยวกับประโยชน์ของการเปลือยกายท่ามกลางแสงแดด โดยเฉพาะในยามเช้าและยามเย็น – และเน้นการออกกำลังกายในสภาพเปลือยเปล่า ในปีแรก สโมสรมีสมาชิก 98 คน มีทั้งชายและหญิงในทุกวัย ในปี…

การเปลือยกาย ในประเทศไทย ทำไมจึงเป็นเรื่องธรรมชาติ

วิถีการเปลือยกาย ในประเทศไทย ในความเป็นจริง เริ่มต้นในปี ค.ศ.1931 (พ.ศ. 2474) แน่นอน คนไทยหลายคนที่อาศัยอยู่ในต่างจังหวัดและผืนป่าในเวลานั้น ได้ทดลองเปลือยกายโดยที่ไม่รู้ตัว คุณ สลิล ฟูไทย กลับมาจากการท่องเที่ยวยุโรป และได้ริเริ่ม นิคมอาบแดดแห่งแรกของประเทศไทย แต่น่าเสียดาย ที่มันก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่ากับสิ่งที่เรามีในวันนี้ ในวันนี้ การเปลือยกายในประเทศไทย ทอดยาว จากเชียงใหม่ไปถึงภูเก็ต ขอขอบคุณในความพยายามของสมาคมเปลือยกายแห่งประเทศไทย และผู้ที่เกี่ยวข้อง แน่นอนหลายคนคิดว่า…

วิถีชีวิตแบบเนเชอริสต์ แบบสวิงกิ้ง แบบผู้ชอบแสดงออก

ในประเทศไทย วิถีชีวิตแบบเนเชอริสต์ ได้รับการยอมรับมากขึ้นว่ามีสุขภาพดีหรืออย่างน้อยก็ไม่เป็นอันตราย อินโฟกราฟิกง่ายๆ นี้กำลังพยายามอธิบายสิ่งที่นักธรรมชาตินิยมมีเหมือนกันกับผู้ชอบแสดงออกและนักแลกเงิน หรือสิ่งที่นักสวิงกิ้งและผู้ชอบแสดงออกมีสิ่งที่เหมือนกันกับนักธรรมชาติวิทยา คุณเห็นมันเป็นแบบนี้หรือเปล่า? กรุณาเขียนความคิดเห็นของคุณ แต่คุณต้องเข้าสู่ระบบ (แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกแบบชำระเงิน)

เมืองไทยกลายเป็นศูนกลางของการเปลือยกายในเอเชีย | SCMP

ประเทศไทยกลายเป็นกลายเป็นปลายทางยอดนิยมอย่างรวดเร็วสำหรับชาวเนเชอร์ริสขอบคุณคู่เดนมาร์กที่ช่วยผลักดันรีสอร์ททั้ง 4 แห่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตารางฟุตที่ตั้งโดยทั้งคู่มีแผนที่จะเปิดเนเชอร์ริสแคมป์เนื้อที่ 8,000 ตารางฟุต ที่อยู่ระหว่างกรุงเทพฯ-กาญจนบุรี ภายในสิ้นปีนี้อีกด้วย

เนเชอรีสต์ในไทยกำลังเฟื่องฟูและเติบโต

หลังจากช่วงเวลาสั้น ๆ ของการมีสมาคมอาบแดดในช่วง 1930 ที่เมืองไทย มีการเกิดใหม่ของวงการเปลือยกายรอบสอง ในปี 2009 ขอขอบคุณชาวต่างชาติและคนไทยที่ยังเชื่อมั่นในอุดมการณ์ของการเปลือยกาย และการเพาะเมล็ดวิถีชีวิตแบบเปลือยกายในประเทศไทย พวกเขาใช้เวลาทุ่มเทในการพัฒนาเครือข่ายให้เป็นที่รู้จักไปทั่วทั้งเอเชีย ชื่อเสียงได้กระจายไปสู่ผู้มาเยือน ทั้งจากประเทศจีน, เวียดนาม, มาเลเซีย และสิงคโปร์ ทำให้นักนิยมเปลือยกายเริ่มมาประเทศไทยเพื่อพักผ่อน เนื่องจากพวกเขาไม่มีสถานที่แบบนี้บนแผ่นดินเกิดของเขา แต่ในเมืองไทย ยังมีอะไรที่ขาดอยู่ คือ ชายหาดที่เราสามารถเปลือยกายอย่างเป็นเป็นทางการ อย่างน้อยในประเทศเขตร้อนอย่างประเทศไทยก็ยังมี รีสอร์ทเปลือยกายถึง 4…

Responses

Welcome Back

share with the world

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin